Photobucket

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อาการแค่ไหนควรลง windows ใหม่

อาการแค่ไหนควรลง windows ใหม่

บางท่านซื้อมาแล้ว 5 ปี ก็ยังไม่เคยล้างเครื่องลง Windows ใหม่สัดที แล้วแบบนี้จะต้องลงหรือเปล่า เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกันครับ ขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าถามว่าอาการแบบไหน อย่างนี้ตอบง่ายครับ มาดูกัน

อาการที่ 1 เครื่องบู๊ตไม่ขึ้น
เครื่องเจอปัญหาหนักถึงกับบู๊ตไม่ขึ้น Windows ไม่สามารถแสดงขึ้นมา หรือไม่สามารถใช้งานได้ ค้างอยู่ที่หน้าจอสีดำ หรืออยู่ที่หน้าจอโหลดโลโก้ของ Windows

อาการที่ 2 เครื่องแฮงค์บ่อย
เปิดเครื่องมาใช้งานได้ไม่นาน อยู่ดีๆ ก็เกิดการค้างไปซะงั้น เป็นประจำ ไม่สามารถทำงาน ปัญหาเครื่องแฮงค์บ่อยๆ อาจส่งผลให้ฮาร์ดิสก์พังตามไปด้วยก็เป็นได้ (ต้องกด Reset ตลอด) ปัญหานี้จะต้องตรวจดูก่อนว่า อาการแฮงค์เกิดมาจากอะไร เช่น ในขณะที่เปิดโปรแกรมอะไรอยู่

อาการที่ 3 เครื่องช้ามากๆ ทำอะไรไม่ทันใจเลย
เครื่องทำงานช้า ไม่ทันใจเหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ (ของใหม่ย่อมต้องดีกว่า) เช่น บู๊ตเข้าระบบช้ามาก เปิดโปรแกรมก็ต้องรอนาน การบันทึกงานก็รอแล้วรออีก

อาการที่ 4 ติดไวรัส แก้ก็ไม่หาย
ปัญหาไวรัสดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เครื่องไหนไม่มีไวรัสสิแปลก ไวรัสมีหลายประเภท และส่งผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป เช่น แสดงข้อความแปลกๆ จนถึงทำให้ Windows รวน ทำลายข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง หากยังโดนเล่นงานต่อไป อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะทำงานหนักขึ้น อายุการใช้งานก็จะลดลงตามไปด้วย

อาการที่ 5 เครื่องมีปัญหาจุกจิก แก้ยังไงก็ไม่หาย อาการที่พบได้บ่อย เช่น
 ฟอนต์เมนูแสดงผิดไปจากปกติ
ตั้งค่าต่างๆ ของ Control Panel ไม่ได้
เปิดโปรแกรมหลายตัว หรือดูหนัง ฟังเพลง แล้วเครื่องค้าง
Copy หรือย้ายไฟล์เอกสารไม่ได้ คำสัง Copy, Paste หายไป
ไฟแสดงสถานะฮาร์ดดิสก์กระพริบตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย 
ปัญหาเหล่านี้ควรจะหาวิธีแก้ดูก่อนครับ หากแก้ไม่หายจริงๆ ก็ต้องลง Windows ใหม่ครับ 

สิ่งที่เราจะได้จากการลง Windows ใหม่
ช่วยจัดการปัญหาที่มองไม่เห็น 100% 
ได้ระบบปฏิบัติการที่ใหม่เอี่ยม
กำจัดไวรัสได้อย่างเด็ดขาด


การจัดการไวรัส


การจัดการไวรัส
เมื่อแน่ใจว่าเครื่องติดไวรัสแล้ว ให้ทำการแก้ไขด้วยความใคร่ครวญและระมัดระวังอย่างมาก เพราะบางครั้งตัวคนแก้เองจะเป็นตัวทำลายมากกว่าตัวไวรัสจริง ๆ เสียอีก การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่อีกครั้งก็ไม่ใช่ วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป ยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าทำไปโดยยังไม่ได้มีการสำรองข้อมูลขึ้นมาก่อน การแก้ไขนั้นถ้าผู้ใช้มีความรู้เกี่ยวกับไวรัสที่ กำลังติดอยู่ว่าเป็นประเภทใดก็จะช่วยได้อย่างมาก และข้อเสนอแนะต่อไปนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อท่าน
บูตเครื่องใหม่ทันทีที่ทราบว่าเครื่องติดไวรัส
เมื่อทราบว่าเครื่องติดไวรัส ให้ทำการบูตเครื่องใหม่ทันที  โดยเรียกดอสขึ้นมาทำงานจากฟลอปปีดิสก์ที่ได้เตรียมไว้ เพราะถ้าไปเรียกดอสจากฮาร์ดดิสก์ เป็นไปได้ว่า ตัวไวรัสอาจกลับเข้าไปในหน่วยความจำได้อีก เมื่อเสร็จขั้นตอนการเรียกดอสแล้ว ห้ามเรียกโปรแกรมใด ๆ ก็ตามในดิสก์ที่ติดไวรัส เพราะไม่ทราบว่าโปรแกรมใดบ้างที่มีไวรัสติดอยู่
เรียกโปรแกรมจัดการไวรัสขั้นมาตรวจหาและทำลาย
ให้เรียกโปรแกรมตรวจจับไวรัส เพื่อตรวจสอบดูว่ามีโปรแกรมใดบ้างติดไวรัส ถ้าโปรแกรมตรวจ หาไวรัสที่ใช้อยู่สามารถกำจัดไวรัสตัวที่พบได้ ก็ให้ลองทำดู แต่ก่อนหน้านี้ให้ทำการคัดลอกเพื่อสำรองโปรแกรมที่ติดไวรัสไปเสียก่อน โดยโปรแกรมจัดการไวรัสบางโปรแกรมสามารถสั่งให้ทำสำรองโปรแกรมที่ติดไวรัสไปเป็นอีกชื่อหนึ่งก่อนที่จะกำจัดไวรัส เช่น MSAV ของดอสเอง เป็นต้น
การทำสำรองก็เพราะว่า เมื่อไวรัสถูกกำจัดออกจากฌปรแกรมไป โปรแกรมนั้นอาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือทำงานไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ วิธีการตรวจขั้นต้นคือ ให้ลอง เปรียบเทียบขนาดของโปรแกรมหลังจากที่ถูกกำจัดไวรัสไปแล้วกับขนาดเดิม ถ้ามีขนาดน้อยกว่า แสดงว่าไม่สำเร็จ หากเป็นเช่นนั้นให้เอาโปรแกรมที่ติดไวรัสที่สำรองไว้ แล้วหาโปรแกรมจัดการ ไวรัสตัวอื่นมาใช้แทน แต่ถ้ามีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับของเดิม เป็นไปได้ว่าการกำจัดไวรัสอาจสำเร็จ โดยอาจลองเรียกโปรแกรมตรวจหาไวรัสเพื่อทดสอบโปรแกรมอีกครั้ง
หากผลการตรวจสอบออกมาว่าปลอดเชื้อ ก็ให้ลองเรียกโปรแกรมที่ถูกกำจัดไวรัสไปนั้นขึ้นมาทดสอบการทำงานดูอย่างละเอียดว่าเป็นปกติดีอยู่หรือไม่อีกครั้ง ในช่วงดังกล่าวควรเก็บโปรแกรมนี้ที่สำรองไปขณะที่ติดไวรัสอยู่ไว้ เผื่อว่าภายหลังพบว่าโปรแกรมทำงานไม่เป็นไปตามปกติ ก็สามารถลองเรียกโปรแกรมจัดการไวรัสตัวอื่นขึ้นมากำจัดต่อไปได้ในภายหลัง แต่ถ้าแน่ใจว่าโปรแกรมทำงานเป็นปกติดี ก็ทำการลบโปรแกรมสำรองที่ยังติดไวรัสติดอยู่ทิ้งไปทันที เป็นการป้องกันไม่ให้มีการเรียกขึ้นมาใช้งานภายหลังเพราะความบังเอิญได้
คำแนะนำและการป้องกันไวรัส
·         สำรองไฟล์ข้อมูลที่สำคัญ
·         สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากฟลอปปีดิสก์
·         ป้องกันการเขียนให้กับฟลอปปีดิสก์
·         อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น
·         เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใหม่และมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคนละบริษัท
·         เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วง ๆ
·         เรียกใช้โปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูทุกครั้ง
·         เลือกคัดลอกซอฟแวร์เฉพาะที่ถูกตรวจสอบแล้วในบีบีเอส
·         สำรองข้อมูลที่สำคัญของฮาร์ดดิสก์ไปเก็บในฟลอปปีดิสก์
·         เตรียมฟลอปปีดิสก์ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสขึ้นมาทำงานได้
·         เมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ใบงานที่ 1



Netbook
 ยื่ห้อ Sony    รุ่น  VAIO VPCM126A
Processor
หน่วยประมวลผล  cpu  Intel รุ่น Atom N470 ความเร็วของสัญญาณนาฬีกา 1.86 MHz
หน่วยความจำของ แคช 2(หรือ พื้นที่เปรียบเสมือนกระดาษทดของ cpu)  หรือ  L2  512 KB
Graphic system
ใช้  Graphic Chip(ตัวควบคุมการทำงานของเมนบอร์ดของ netbook) Inte รุ่น  GMA 3150
ขนาดหน้าจอ        10.2  นิ้ว รายละเอียดสูงสุด   (1024x600)
Main Memory
Ram หรือหน่วยความจำสำรอง (ใช้สำรองข้อมูลก่อน ที่จะนำไปให้ cpu ประมวลผล) ขนาด  2 GB  รุ่น DDR2

Hard Disk Drive
Hard Disk หรือหน่วยความจำหลัก (ใช่เกิบข้อมูลต่างๆ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง เอกสารข้อมูลต่าง )ขนาดความจุ  320 G  ความเร็ว รอบ/นาที  5400 RPM
Optical Disc Drive
เช่น cd-rom หรืdvd-rom ใช่ในการอ่าน แผ่น cd-r sinvdvd-r เป็นต้น  ไม่มี
Web Camera
(หรือกล้องใช่ในการถ่ายภาพหรือ ในการสนทนาผ่านกล้อง )
ขนาดความระเอียด  0.3 MPixel
 Port & Interface
                USB หรือพอร์ตที่ใช้เชื่อมต่อ กับแฟซไดร์ มือถือ กล้องถ่ายรูป เป็นต้น  มีอยู่   3 พอร์ต
                Firewire             ทำหน้าที่ คล้ายๆ USB แต่สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า
แต่มีการนิยมใช้น้อยกว่า USB   ไม่มี
                DVI คือพอร์ตที่ใช่เชื่อมต่อ กับ จอ มอนิเตอร์หรือ จอLCD หรืออุปกรณ์อื่นๆที่สามารถ รับได้
ไม่มี
                D-Sub/VGA เป็นช่องส่งสัญญาณภาพขาออกแบบ Analog ของคอมพิวเตอร์ แบบแยกแม่สี R(Red) G(Green) B(Blue) ถ้าเป็น DVD Player ก็คือช่องต่อ Component [Y = Green , Cb(Pb) = Blue , Cr(Pr)= Red] นั่นแหละครับ มีครับ
                e-SATA เอา Harddisk SATA  ที่ปกติจะเสียบอยู่ในเครื่อง ออกมาใช้ข้างนอก โดยไม่ต้องต่อใส่ Box
คือ เสียบสายไฟ สายสัญญาณ จากด้านนอกเครื่อง ไม่ต้องมี Box ครอบอีกชั้นหนึ่ง แล้วใช้งานได้เลยครับ  ไม่มีในเครื่อง
                  HDMI  คืออุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณออกมาเป็น ดิจิตอล สามารถส่งได้ทั้งภาพและเสียง พร้อมๆ กัน ไม่มีในเครื่อง
                Card Reader (ช่องต่อที่ใช่เสียบหน่วยคำจำที่มีขนาดเล็ก หรือบ้านเราเรียกว่า Memory นั้นเอง ) ใช้มาตรฐานของ SD Memory Card
                  Express Slot คือ Port อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54  ไม่มีในเครื่องครับ
                  Finger Print นั้นเป็นระบบรักษาความปลอดภัยอ่ะนะครับ ไว้ตอนที่เรา Log in เข้ามาใช้งานเครื่องเราก็แค่ทำการแสกนลายนิ้วมือ แล้วก็ผ่านมาได้เลยไม่ต้องมานั่งจำพาสเวิร์ดหรือพิมพ์พาสเวิร์ดลงไป
 Connection
                   Wireless Lan           ระบบเครื่อข่ายไร้สาย มีไว้เชื่อมต่อ กับ อินเทอร์เน็ต
ใช่มาตรฐานของ  802.11b/g/n มี
                Bluetooth อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายโอนข้อมูลระยะสั่น  ถึงจะไม่เร็วมากนิยมใช่ในปัจจุบัน  มี
                LAN คืออุปกรณ์ ที่ใช้เชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต เหมือนกันกับ Wireless Lan แต่ตัวนี้ มีพอร์ต ไว้สำหรับเสียบสาย มี
 Battery
                คืออุปกรณ์สำรองไฟฟ้า ในการใช้งาน notebook   ใช้ของ  Lithium-ion battery

Weight         
                น้ำหนักของเครื่อง   1.40 Kg.
Operating System
                ระบบปฏิบัติการ ที่ใช่ในคอมพิวเตอร์  Windows 7 Starter
 Warranty
                รับประกัน   1ปี
 Other Details
มีสีทั้ง 3 สีคือชมพู, ขาว, น้ำเงิน